About Us

ร้านเช่ารถเชียงใหม่

buddygo เป็น Platform สำหรับจองรถ ที่รวมร้านเช่ารถจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น (ร้านเช่าที่อยู่นอกสนามบิน) เพื่อนำเสนอราคาที่เหมาะสมและคุณภาพรถที่ดีให้กับลูกค้าที่จองเข้ามาได้เลือกสรร


ความเป็นมา

       ความเป็นมาของbuddygoนั้น คุณณธีวัชร์ ตาคำ (Founder, CEO buddygo) ภูมิหลังเป็นวิศวกรและผันตัวเองมาทำธุรกิจนิตยสารแนะนำการท่องเที่ยวโดยกลุ่มลูกค้าที่ลงโฆษณามีทั้งผู้ประกอบการโรงแรมและผู้ประกอบการรถเช่าในท้องถิ่น(ร้านรถเช่านอกสนามบิน) จากการที่คุณณธีวัชร์ มีการติดต่อกับผู้ประกอบการรถเช่ามานานทำให้ทราบถึงปัญหาเรื่องการเช่ารถว่า อุตสาหกรรมการเช่ารถในประเทศไทยมีการแข่งขันกันสูงโดยผู้ที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือกลุ่มผู้ประกอบการร้านเช่ารถในท้องถิ่นหรือร้านเช่ารถที่อยู่นอกสนามบิน เนื่องจากมีทุนและทรัพยากรที่น้อยกว่าบริษัทเช่ารถระดับประเทศไปจนถึงระดับโลก อาทิ Avis และ Budget เป็นต้น หรือแม้แต่เว็บไซค์อย่าง Rentalcars.com และ skyscanner ที่เป็นการเปรียบเทียบราคารถจากบริษัทเช่ารถระดับโลกโดยมีการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์รวมไปถึงการใช้เทคโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ส่งผลให้ Local Brands หรือร้านรถเช่านอกสนานบิน แข่งขันกับคู่แข่งได้ยาก ยิ่งในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันหากปรับตัวไม่ทันอาจทำให้ธุรกิจที่สร้างมาหลายสิบปีทยอยลดและอาจจะหายไปในที่สุด

       คุณณธีวัชร์ จึงเห็นโอกาสว่าหากเราได้ช่วยผู้ประกอบการร้านเช่ารถในท้องถิ่นได้ ก็น่าจะเกิดผลประโยชน์ทั้งฝั่งของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่ารถแถมยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวตามโยบายThailand 4.0 อีกด้วย คุณณธีวัชร์ จึงได้ชักชวนเพื่อน อาทิ คุณสิริอรพิมพ์ ภัคเนียรนาท (Co-Founder, COO buddygo) เป็นเพื่อนสมัยเรียนประถม ปัจจุบันเป็นติวเตอร์ พิธีกรอิสระอีกทั้งทางบ้านก็ประกอบกิจการรถตู้พร้อมคนขับ มาช่วยเรื่อง Customer Relationship และคุณจักรวาล ชัยวงค์ (Co-Founder, CTO) เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าคุณณธีวัชร์ ซึ่งคุณจักรวาลเป็นอาจารย์พิเศษสอนการเขียนโปรแกรมและกูรูเรื่อง SEO หรือทำยังไงให้หน้าเว็บไซค์ติดหน้าแรกใน Google หลังจากรวมตัวกันเมื่อกลางปี 2559 ก็มีการงาน Startup Hack (งานที่รวมคนที่ส่งใจทำ Tech-startup มารวมตัวกัน โดยจะแบ่งกลุ่มคนที่มีความสามารถแตกต่างกันให้มาอยู่ทีมเดียวกันเพื่อช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยวัตถุประสงค์ของงานคือการพิสูจน์ไอเดียของตนเองว่ามีโอกาสเป็นจริงมากน้อยแค่นั้น) โดยงานดังกล่าวจัดภายใต้งาน Startup Thaialnd ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในการจัดกลุ่มนั้นก็ได้ คุณธนกฤษ ทาโน (Co-Founder, Strategic Planner) ภูมิหลังจบ MBA และเคยทำงานสินเชื่อธุรกิจกับธนาคาร เข้ามาช่วยเรื่องการวางกลยุทธ์องค์กรรวมถึง business plan และยังได้คุณอาทิตย์ สุตะวงค์ (Co-Founder, Developer&Designer) ภูมิหลังเป็นนักพัฒนาเว็บไซค์และContent Edittor ให้กับหลายแบรนด์ หลังจากที่ได้ร่วมกันทำงานเป็นเวลา 54 ชั่วโมงในโครงการ Startup Hack ทีมได้รับรางวัลชนะเลิศในชื่อผลงาน buddybike ซึ่งเป็น Platform จองรถมอเตอร์ไซค์ โดยได้รับเงินรางวัลมา 30,000 บาท และได้รับรางวัลจาก Microsoft BizSpark มูลค่า 4.0 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดไอเดีย

ร้านเช่ารถเชียงใหม่


       หลังจากนั้นทีมงานก็ได้ต่อยอดไอเดียและลงพื้นที่สำรวจตลาดอีกรอบพบว่า นักท่องเที่ยวมีความต้องการเช่ารถตู้และรถยนต์เป็นจำนวนมาก และผู้ประกอบการร้านรถเช่าก็มีรถให้หลากหลาย ทีมงานจึงได้เปลี่ยนไอเดียจากที่ทำ platform การเช่ารถมอเตอร์ไซค์มาเป็น buddygo platform ที่รวมการเช่ารถทุกประเภทเอาไว้ที่เดียว หลังจากที่ได้ข้อสรุปทีมงานได้ทำงานกันอย่างหนักทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การหาpartnerเพิ่ม ในที่สุด buddygo ได้launch prototype ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยในเดือนธันวาคม 2559 buddygo สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรถเช่ากว่า 0.150 ล้านบาท จากการพิจารณาพบว่าอาจจะเป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวหารถในช่วง High Season ไม่ได้ นักท่องเที่ยวจึงลองใช้บริการกับ buddygo

ผลดำเนินงานปัจจุบัน

        ปัจจุบัน buddygo กำลังหาแนวทางใหม่ ในการแข่งขันเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในอุตสาหกรรมรถเช่าเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองความต้องการกับผู้ใช้มากที่สุด แต่ก็ยังจองรถผ่าน www.buddygoasia.com ได้เหมือนเดิม โดยนักท่องเที่ยวสามารถจองผ่านเว็บไซค์ได้ซึ่ง buddygo ไม่เรียกเก็บค่าบริการใดๆจากคนจองรถ แต่จะไปเก็บค่าบริการใช้ Platform กับผู้ประกอบการร้านเช่ารถตามที่ได้ตกลงกันไว้เอง ซึ่งค่าบริการนั้นหากเทียบกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะผู้ประกอบการสามารถจ่ายค่าบริการก็ต่อเมื่อมีลูกค้าจองจาก buddygo เท่านั้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการร้านเช่ารถก็ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดแถมยังได้ลูกค้าแน่นอน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่จองรถผ่าน buddygo ยังได้ราคาที่ถูกที่สุดและคุณภาพดีที่สุด โดยปัจจุบัน buddygo มีพันธมิตรร้านรถเช่ากระจายอยู่ทางภาคเหนือตอนบน และภาคใต้ อาทิเช่น สงขลา ภูเก็ต กระบี่ และนครศรีธรรมราช เป็นต้น โดยมีรถให้บริการรวมกว่า 2,000 คัน โดยมีทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และรถตู้พร้อมคนขับพร้อมให้บริการ ส่วนนักท่องเที่ยวก็มีคนกลับมาใช้ซ้ำกว่า 10% จากการสอบถามพบว่า สะดวก และถูกดี

เป้าหมายในอนาคต

       buddygo อยากช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของไทยให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญโดยพยายามเป็นตัวกลางระหว่างนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ต้องการเช่ารถให้เจอกับผู้ประกอบการรถเช่าที่บริการดีในราคาที่เหมาะสม ซึ่่ง buddygo จะพัฒนา platform ตามความต้องการของผู้ใช้และตอบสนองให้เร็วที่สุด ซึ่งในอนาคตหากบริการรถเช่าเป็นไปตาม strategy แล้วนั้น buddygo อาจจะมีการขยายให้ครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวปัจจุบันที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกที่ในประเทศไทย มากไปกว่านั้น buddygo ยังมีแนวคิดที่จะเชื่อมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ coverage marketที่สุด อาทิ การเดินทางด้วยรถไฟ หรือจะเป็นการเดินทางทางอากาศเป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องคำนึกถึงผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นสำคัญ กล่าวคือ buddygo พยายามจะให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลตามนโยบาย Thailand 4.0

       อย่างไรก็ดี การที่จะประสบความสำเร็จอย่างที่หวังนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย อาทิ ภาครัฐบาลที่กำลังสนับสนุน Startup ถือว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งของ buddygo ซึ่งได้อยู่ในจังหวะที่เหมาะสมแม้จะยังเป็น Startup ตัวเล็ก ๆ แต่ก็จะพยายามทำธุรกิจให้สอดรับกับนโยบายหลักของประเทศ อีกทั้ง ยังมีในส่วนของภาคเอกชนที่มีการสนับสนุนช่วยให้ความรู้และเงินทุน ทำให้ buddygo น่าจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนดังกล่าวด้วยซึ่งอาจจะทำให้เร่งการเติบโตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้ดีกว่านี้ด้วยเช่นกัน